ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน / 13 dvd / ซีรี่ส์เกาหลี (พากษ์ไทย)
![]() กดเพื่อขยายขนาด |
|
++:: Lee San : Wind of the palace ::++

++:: เรื่องราวตามประวัติศาสตร์ของ Lee San : Wind of the palace ::++
เรื่องราวตามประวัติ ศาสตร์ กษัตริย์จองโจ (Jeongjo) แห่งโชซอน กษัตริย์ที่ได้รับการสรรเสริญว่าเป็นกษัตริย์ที่เป็นที่รักของราษฎรมากที่ สุด ผู้ปกครองอาณาจักรด้วยความโอบอ้อมอารี พระองค์มีความพยายามที่จะการปฏิรูปและปรับปรุงประเทศชาติ กษัตริยจองโจพระนามเดิมคือ อีซาน (Yi San) พระองค์ครองราชย์ต่อจาก กษัตรย์ยองโจ (King Yeong Jo) พระอัยกา พระองค์เป็นพระโอรสขององค์รัชทายาท ซาโด (Crown Prince Sado) โอรสองค์ที่สองของกษัตรย์ยองโจที่ประสูติจาก พระ สนมซอนฮึย (Lady Sonhui) เนื่องจาก เจ้าชายฮโยจัง(Hyojang) พระโอรสองค์แรกเสียชีวิตตั้งแต่เยาว์วัย หลังจากนั้นเจ็ดปีองค์ชายซาโดจึงได้รับตำแหน่งรัชทายาทในขณะที่ซาโดเพิ่ง เกิดได้ไม่นาน เหตุการณ์นี้ได้ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากฝ่ายที่มีอำนาจในขณะนั้น ซาโดได้รับการเลี้ยงดูจากกษัตริย์ยองโจเป็นอย่างดีเพื่อที่จะเป็นกษัตริย์ใน อนาคต ต่อมาระหว่างกษัตริย์ยองโจและซาโดได้เกิดการระแคะระคายซึ่งกันและกัน ซาโดเริ่มมีอาการกลัวพระบิดาของตน ด้วยความกลัวนี้ทำให้รัชทายาทซาโดเกิดอาการทางจิตต้องทุบตีหรือฆ่าผู้คน เพื่อที่จะระบายความตึงเครียด การที่ซาโดทำเช่นนี้นำพาความผิดหวังมาสู่กษัตริย์ยองโจเป็นอย่างมาก บางบันทึกก็กล่าวขุนนางราชนิกุลฝ่าย พระ มเหสีจองซุน (Queen Jeong Sun) ได้ใส่ร้ายซาโดว่าพยายามโค่นบัลลังก์ของกษัตริย์ยองโจ ดังนั้นกษัตริย์ยองโจจึงมีรับสั่งให้ขังซาโดไว้ในลังไม้ หลังจากถูกขังเป็นเวลา 8 วัน ซาโดก็ได้เสียชีวิต เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์รู้จักกันดีในนาม Imo Incident ซึ่งในเวลานั้นอีซานมีอายุได้เพียง 11 ปี เหตุการณ์นี้ได้กระทบกระเทือนจิตใจ และก่อให้เกิดความสบสนแก่อีซานเป็นอย่างมาก ซาโดแต่เดิมแล้วมีชื่อว่า เจ้าชายชางฮอน (Changheon) หลังจากที่ถูกขังจนสิ้นพระชนม์ กษัตริย์ยองโจรู้สึกเสียพระทัยเป็นอย่างมากจึงทรงตั้งพระนามใหม่ว่าซาโด แปลว่า สำนึกเสียใจ ในคำจารึกที่สุสานของกษัตริย์ยองโจได้เขียนไว้ว่าพระองค์ไม่ได้ตั้งใจที่จะ ฆ่าพระโอรสของพระองค์ แต่ต้องการให้บทเรียนแก่ซาโดเท่านั้น พระองค์รู้สึกเสียพระทัยต่อการตายของซาโด ทั้งยังไม่ต้องการให้ผู้คนมองว่าเป็นพ่อที่ใจร้ายและทารุณ กษัตริย์ยองโจได้กล่าวอีกว่าเจ้าชายต้องฉลาดทุกคนต่างคาดหวังว่า เขาจะเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับอาณาจักร แต่เขากลับไม่เรียนรู้ในสิ่งที่ดีงาม ประพฤติตนไม่เหมาะสมและคบอันธพาลซึ่งเป็นภัยต่อประเทศชาติ เหล่านี้คือสิ่งที่กษัตริย์ยองโจอธิบายถึงเบื้องหลังการลงโทษที่ไม่เคยมีมา ก่อน ส่วนของพระชนนีของ กษัตริย์จองโจคือ พระนางฮเย-คยอง (Lady Hyekyeong) อีซานมีจิตใจดีและเฉลี่ยวฉลาดถอดแบบมาจากพระชนนีของพระองค์ อีกนัยหนึ่งความเจริญทางการปกครองในสมัยของพระองค์ต้องขอบคุณความสามารถของ นางที่ได้ให้การศึกษาแก่อีซาน นางเป็นบุตรีของขุนนางตระกูลฮง เป็นตระกูลขุนนางที่สืบทอดมาอย่างยาวนานและมีการเกี่ยวดองกับเชื้อพระองค์มา ตลอด ถึงกระนั้นครอบครัวของนางก็มีฐานะยากจนนางได้รับเลือกจากกษัตริย์ยองโจให้ เป็นพระชายาขององค์ชายซาโดเมื่ออายุได้ 10 ขวบ พระนางได้ให้กำเนิดอีซานท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างกษัตริย์ยองโจและซาโด ซึ่งในขณะนั้นมีที่ท่าจะคลี่คลายลงบ้าง พระนางรักลูกของพระนางมากยิ่งกว่าชีวิตและตัดสินใจที่จะไม่ให้อีซานเป็น เหมือนพระบิดาเป็นอันขาด พระนางถูกปลดจากตำแหน่งองค์หญิงรัชทายาทหลังจากซาโดเสียชีวิต ถึงแม้ว่าพระสวามีของพระนางจะถูกฆ่าแต่นางได้นิ่งเงียบและมีสติเพื่อลูกชาย ของพระนางและสอนอีซานว่าไม่ให้ยึดติดกับความแค้น พระนางได้เขียนอัตถชีวประวัติชื่อ The Memoirs of Lady Lady Hyekyeong หรือ Memoirs of a Korean Queen (Hanjung nok) ถ่ายทอดเรื่องราวของพระนางในขณะนั้น รวมทั้งเรื่องราวของนางตั้งแต่เกิดและบรรพชนของพระนาง ใน บันทึกเล่มนี้นางได้กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่าง กษัตริย์ยองโจและพระสวามีของนาง นางได้กล่าวว่ากษัตริย์ยองโจปฏิบัติกับซาโดไม่ดีเท่าที่ควรทำให้ซาโดที่มี ความอบอุ่นและอ่อนโยนโดยนิสัย ต้องตกอยู่ในสภาพถูกรบกวนทางจิตความกลัวของซาโดค่อย ๆ เริ่มจาก ความหวาดกลัว เครื่องนุ่งห่มต้องเสียเวลาเป็นเวลานานในตอนเช้า เพื่อเลือกอาภรณ์จนถึง การทำร้ายบรรดาข้าหลวง
บันทึกนี้ นับ ว่าเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ประเมินค่ามิได้บันทึกเล่มนี้ถ่ายทอดประวัติ ศาสตร์ทางการเมืองในสมัยโชซอนตั้งแต่สมัยกษัตริย์ยองโจ กษัตริย์จองโจ กษัตริย์ซุนโจ (King Sunjo) นอกจากกษัตริย์ยองโจจะจัดแจงเรื่องการอภิเษกขององค์ชายซาโดแล้ว พระองค์ยังจัดแจงการอภิเษกของพระนัดดาองค์ชายอีซานด้วยเช่นกัน องค์ชายอีซานได้อภิเษกกับ พระชายาฮโยอิว (Hyo-eui) ผู้ที่พระอัยกาทรงคัดเลือกด้วยวัยเพียง 10 ชันษา ถึง แม้ว่า กษัตริย์จองโจจะประสบความทุกข์ยากตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ก็ตามแต่ต่อมา พระองค์ก็ได้เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งผู้ทำให้เกิดความเฟื่องฟู ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรม กษัตริย์จองโจได้รับการสนับสนุนจากขุนนางอาวุโสชื่อ ฮงคุกยอง (Hong Guk- Yeong) ขุนนางที่ต้องการจะเพิ่มอำนาจให้แด่พระองค์ แต่มาฮงคุกยองเริ่มกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชวัง และพยายามลอบฆ่ากษัตริย์จองโจ พระองค์จึงสั่งประหารฮงคุกยอง และควบคุมการบริหารงานราชสำนักด้วยพระองค์เองทั้งหมด ในรัชสมัยของพระองค์ได้มีการปฏิรูปหน่วยงานต่าง ๆ และวางรากฐานการปกครองให้กับ อาณาจักร อีกทั้งพระองค์ยังทรงเป็นผู้นำในการขจัดขั้วอำนาจทางการเมืองมีการจัดตั้ง คยูจาง-คัก (Kyujang-gak) ซึ่งเป็นห้องสมุดของอาณาจักร จุดประสงค์คือปรับปรุงด้านวัฒนธรรม และการปกครอของโชซอน และให้เจ้าหน้าที่สนใจได้ศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นวิธีหนึ่งในการลดความมั่งคั่งของคนชั้นสูงที่มีความเกี่ยว ดองกับพระมเหสีจองซุน อีกทั้งยังมีการสนับสนุนการเรียนของนักเรียนซีฮัก (นักเรียนโรงเรียนนักปราชญ์) ด้านเศรษฐกิจพระองค์ทรงฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยความรู้การตลาดที่กว้างขวางของ พระองค์ ในสมัยนี้อุตสาหกรรมเพื่อการยังชีพภายในครอบครัวถูกแทนที่ด้วยการทำการค้า นับว่าศตวรรษที่ 18 คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเศรษฐกิจ การพาณิชย์ ได้มีองค์กรการค้าเกิดขึ้นโชซอนได้ส่งสินค้าออกไปยังจีนตามคำแนะนำของ ซองซงยอน (Seong Song Yeon) (พระสนมของกษัตริย์จองโจ) กษัตริย์จองโจใช้เวลาเป็นอย่างมากในการพยายามที่ลบล้างเรื่องราวที่ได้ชื่อ ว่ามีอาการป่วยทางจิตของพระบิดา ทรงสถาปนาพระนามของพระบิดาของพระองค์ว่า ชังโจ (Jangjo) ซึ่งถือเป็นพระนามที่เทียบเท่ากษัตริย์ ผู้คนนิยมเรียกว่า กษัตริย์ในหีบศพ และสำเร็จโทษเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงค์ที่เกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของ พระบิดาของพระองค์ พระองค์ย้ายศาลของเมืองซูวอนโทมาไว้ใกล้กับสุสานของพระบิดา อีกทั้งพระองค์ยังสร้างปราการ ฮวาซอง (Hwaseong) ไว้พิทักษ์สุสาน ในปัจจุบันสถานที่นี้องค์การ ยูเนสโก ประกาศให้เป็นมรดกโลก ป้อมปราการฮวาซอง (Hwaseong, the Brilliant Fortress) สร้างขึ้นโดยใช้ปั้นจั่นเป็นครั้งแรกและการวิศวกรรมโยธาอันทันสมัยที่สุด ในศตวรรษที่ 18 ป้อมนี้ได้รับการออกแบบให้ใช้ประโยชน์ในด้านการเมือง การค้าและการทหาร โดยได้รับอิทธิพลมาจากซิลฮัก (silhak) หรือ การเรียนรู้ในเชิงปฏิบัติ ซึ่งเป็นแนวความคิดใหม่ในสมัยนั้น ตัวป้อมได้รับการก่อสร้างโดยวิทยาการชั้นสูงและด้วยอุปกรณ์ ก่อสร้างที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โครงสร้างของป้อมในแต่ละแห่ง ผสมผสาน ให้สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมที่อลังการในเชิงยุทธศาสตร์ได้เป็นอย่างดี กษัตริย์จองโจมีพระมเหสีและพระสนมรวมกัน 5 พระองค์ คือ พระ มเหสี ฮโยอึย (Queen Hyoeui), พระสนมซอง (ซองซงยอน) (Royal Noble Consort Seon from the Seong clan), พระสนมปาร์ค (Royal Noble Consort Su from the Park clan), พระสนมฮง (Royal Noble Consort Won from the Hong clan) น้องสาวของฮงคุกยอง, พระสนมยุน (Royal Noble Consort Hwa from the Yun clan) มีพระโอรสพระธิดารวม 3 พระองค์ รัชทายาทมุนฮโย (Crown Prince Munhyo) จากพระสนมซอง, องค์ชายซุนโจ (Sunjo) (ต่อมาได้ขึ้นเป็นกษัตริย์สืบต่อจากกษัตริย์จองโจ), องค์หญิงซุกซอน (Princess Sukseon) จากพระสนมปาร์ค
++:: ภาพบางส่วนจากซีรี่ส์ Lee San : Wind of the palace ::++





++:: วอลเปเปอร์จากซีรี่ส์ Lee San : Wind of the palace ::++









++:: เกร็ดซีรี่ส์ Lee San : Wind of the palace ::++
อีบยอนฮุน ผู้กำกับซีรี่ส์เกาหลีเรื่องดัง The Jewel in the Palace หรือแดจังกึม เวลานี้เขาพร้อมแล้วที่จะกำกับหนังย้อนยุคเรื่องใหม่อีกครั้ง ในช่วงศตวรรษที่ 18 อีซานได้ก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 22 ของราชวงค์โชซอน จากที่ได้เกิดความวุ่นวายในการปกครองแบบกษัตริย์ตลอดระยะเวลา 500 ปีที่ผ่านมา เขาได้เปิดใจและเห็นความสำคัญของประชาธิปไตย เรื่องราวอันทรงเกียรติ ชัยชนะ ความยากลำบาก และประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จ กำลังถูกจารึกอีกครั้งในละครเรื่องนี้ เรื่องราวชีวิต การเมืองของอีซาน (กษัตริย์จองโจ) เขาเป็นผู้นำในการปฏิวัติฟื้นฟูเศรษฐกิจและการเมืองอย่างแพร่หลาย อีซานได้ริเริ่มสร้างแบบการปกครองในศตวรรษที่ 18 ด้วยความเฉลียวฉลาด เขาประสบความสำเร็จในชีวิตและสิ่งสำคัญเขายังสามารถที่จะปกครองแผ่นดินได้ ด้วยอำนาจที่ตนมีอยู่ จุดสูงสุดของราชวงศ์โจซัง ป้อมปราการฮวาซองคือความยอดเยี่ยมทางสถาปัตยกรรม (ปัจจุบันเป็นมรดกโลกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง) เป็นผลของความสำเร็จในช่วงประวัติศาสตร์และการเรียนรู้จากทางตะวันตก โดยมีบุคคลที่เก่งกาจเหล่านี้ ปักจีวอน, อีอิก, จองยักยง, คิมฮองโด, ชินยุนบุค และท่านอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในเนื้อหาของละครเรื่องนี้ ครั้งแรกที่อีซานไปดูงานและเก็บรายละเอียดภายในวังกับข้าหลวงเอคจุนและเซจา อีควีซา พวกเขาได้พบเจอกับความล้มเหลวทั้ง 10 การพยายามลอบฆ่าที่เกิดขึ้นระหว่าง 500 ปีในประวัติศาสตร์สมัยของกษัตริย์โชซอนได้เป็นอย่างดี เศรษฐกิจสมัย ศตวรรษที่ 18 สังคมอุตสาหกรรมได้เข้ามาแทนที่การค้าขาย ทำให้ในสมัยศตวรรษที่ 18 เศรษฐกิจได้หวนคืนกลับมาดีอีกครั้งนึง ในสมัยนั้นการค้าเป็นไปได้อย่างดี โดยมีซงยอนเป็นผู้นำในเรื่องนี้ของราชวงค์โชซอน สกุลโชซอนมีความพิเศษในเรื่องของการส่งออกไปยังราชวงค์ชิง ในเรื่องราวทั้งหมดนี้จะสอดแทรกความรักที่แสนโรแมนติกร่วม 30 ปี ระหว่าง 2 ตัวละครหลักอย่างซงยอน (อีบิน ซอง) และ กษัตริย์จองโจ การเสริม กำลังทหารและการพัฒนาทหาร ในศตวรรษที่ 18 เทคโนโลยีของตะวันตกเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศและฝ่ายการเมืองคัดค้านและ ต่อต้านการเคลื่อนไหวของรัฐบาล กษัตริย์จองโจได้สนใจการป้องกันประเทศจากนานาชาติจึงสร้างกำลังทหารขึ้นมา และปรับเปลี่ยนยุทธวิธีทางการทหารใหม่และสมัยราชวงศ์โชซอนได้จัดทำหนังสือมา ในเรื่องของศิลปะการต่อสู้ออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ
++:: นักแสดงนำจากซีรี่ส์ Lee San : Wind of the palace ::++
|
|
อีซาน หรือกษัตริย์จองโจ รับบทโดย อีซอจิน เขา คือกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซอน เมื่ออีซานอายุได้ 11 ชันษา เขาก็ได้ดำเนินรอยตามพระบิดาของเขาคือองค์ชายซาโด อีซานเติบโตมาเป็นคนที่แข็งแกร่งเหมือนพระอัยกาของเขาคือกษัตริย์ยองโจ เขาชอบที่จะเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการต่อสู้และอาวุธ กษัตริย์จองโจเป็นคนที่มีความสามารถซึ่งมักจะคอยช่วยเหลือซงยอน ขันทีนัมแซคโฮ องครักษ์แดซูง และนักวาดภาพเขียนคิมฮงโด การปกครองของเขาตอนที่เขาอายุ 24 เขาได้ทำให้ประเทศได้กลับสู่พื้นฐานของปรัชญาความเป็นมนุษย์ เพื่อที่จะให้บรรลุผลในเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และศิลปะ |
|
|
ซองซงยอน นางกำนัลในวังหลวงที่กษัตริย์จองโจรักจนหมดหัวใจ รับบทโดยฮานจีมิน เธอ เป็นนางกำนัลตั้งแต่อายุ 11 ทำให้เธอมีโอกาสได้พบกับอีซานครั้งแรกที่ศาลาฮวีรยอนในวังชางดก 2 วันก่อนที่จะพบองค์ชายซาโด นางชอบวาดภาพและกลายเป็นความสามารถพิเศษส่วนตัวตั้งแต่เห็นพ่อของนางเป็นนัก วาดภาพ นางทำงานเป็นผู้ช่วยงานศิลปะภายในวังจนกลายเป็นนางกำนัลน้อย ๆ ในวังได้สำเร็จ ครั้งแรกที่นางเข้าไปในวังก็ได้พบกับอีซานและก็ได้ติดต่อกันเรื่อยมา หลังจากพบกับอีซานนางก็คิดถึงแต่เขาทุกวัน แต่สุดท้ายก็ต้องพลัดพรากจากกันไป และหลังจากที่ทำงานในศูนย์ศิลปะมามากกว่า 10 ปี นางก็ได้กลับมาพบเจอกับอีซานอีกครั้ง แม้ว่านางจะรู้ว่าแดซูตกหลุมรักนางอยู่ แต่นางก็ไม่เคยใส่ใจกับเรื่องนี้ แต่กลับมีความสุขที่ได้ตกหลุมรักกับอีซาน (กษัตริย์จองโจ) ท้ายที่สุดนางก็ได้เป็นสนมของกษัตริย์จองโจ และได้เปลี่ยนชื่อไปเป็น อีบินซอง เมื่อนางได้ให้กำเนิดลูกชายคนแรกของราชวงค์คือเจ้าชายมูนฮโย |
|
|
กษัตริย์ยองโจ - ผู้นำที่แข็งแกร่ง รับบทโดย อีซูนแจ กษัตริย์ ยองโจเป็นพระบิดาขององค์ชายซาโดและเป็นพระอัยกาของอีซาน (กษัตริย์จองโจ) ผู้ซึ่งมีสติปัญญาที่เฉลีวฉลาดและสามารถดำเนินรอยตามกษัตริย์ยองโจได้เป็น อย่างดี กษัตริย์ยองโจทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมากเมื่อพระโอรสองค์แรกเสียชีวิตลง อย่างน่าเศร้า ทำให้กษัตริย์ยองโจรักหลานของเขามาก และเตรียมการให้หลานของเขาอย่างอีซานขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ต่อไปของ ราชวงค์ |
|
|
ราชินี ฮโยอิว - มเหสีของกษัตริย์จองโจ รับบทโดย ปักอึนฮเย ตอน อายุได้ 10 ชันษา นางได้ทำการอภิเษกสมรสกับอีซาน และได้กลายเป็นมเหสีของอีซาน หลังจากที่อีซานได้กลายเป็นกษัตริย์ลำดับที่ 22 ของราชวงค์โชซอน นางเป็นผู้หญิงที่ดูสง่าและงดงาม นางอิจฉาความสัมพันธ์ของซงยอนที่มีให้ต่ออีซาน แต่นางก็แสดงท่าทีที่เป็นมิตรต่อซงยอนเหมือนกับประชาชนทั่ว ๆ ไป นางพยายามขัดขวางการลอบทำร้ายของฮงคุกยอง และสนับสนุนซงยอนให้ได้เป็นนางกำนัลในวัง หลังจากที่ซงยอนได้ช่วยชีวิตนางไว้ นางไม่สามารถมีบุตรได้จึงทำให้นางมีชีวิตที่โดดเดี่ยว |
|
|
องค์หญิง ฮวาวาน - พระธิดาของกษัตริย์ยองโจ และเป็นอาของกษัตริย์จองโจ รับ บทโดย ซองฮยอนอา นาง เป็นหญิงที่สง่างาม มีเล่ห์เหลี่ยมที่สามารถหยุดกฎเกณฑ์ทุกสิ่งเอาไว้ได้ เธอมักจะมองผู้อื่นอย่างต่ำต้อยและดูเหมือนจะกลายเป็นคนที่เข้าใจยาก มีเพียงกษัตริย์ยองโจเท่านั้นที่รู้ว่านางเป็นคนอย่างไร ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้นางมีอำนาจต่อรองทางการเมืองของราชอาณาจักร นางเป็นตัวการสำคัญในการให้ร้ายองค์ชายซาโด หลังจากที่สามีของเธอตาย เธอก็ได้นำจองฮูคยอมและข้าราชบริพารของเธอมาในวัง เพื่อป้องกันทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้อีซานได้เป็นกษัตริย์องค์ต่อไป นางมีอิทธิพลต่อราชินีมุนซุกอิว ผู้ซึ่งเป็นพระมเหสีขององค์ชายจองซูน และเป็นผู้นำที่พยายามจะเนรเทศอีซานออกจากวัง |
|
|
ปักแดซู – ข้าราชบริพารผู้ซื่อสัตย์ของกษัตริย์จองโจ รับบทโดย อีจงซู เมื่อ ตอนเด็กเขาเคยได้พบกับกษัตริย์จองโจ และได้ให้คำมั่นสาบานตนว่าจะปกป้องรับใช้กษัตริย์จองโจตลอดชีวิต ทำให้แดซูได้รับใช้กษัตริย์จองโจมามากกว่า 30 ปี เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์และเป็นข้าราชบริพารคนสำคัญของกษัตริย์จองโจ ร่วมกับแพกดงซู เขาได้เขียนหนังสือชื่อ มูเยโดโบทงจี เป็นหนังสือสอนการต่อสู้เล่มแรกที่ถูกตีพิมพ์ในสมัยราชวงค์โชซอน เขาเสียใจเกี่ยวกับเรื่องของซงยอน แต่ไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้ ในช่วงเวลาที่เธอต้องเป็นนางกำนัลให้กับกษัตริย์จองโจ |
|
|
จองฮูคยอม ศัตรูคนสำคัญของกษัตริย์จองโจ รับบทโดย โชยอนอู เขา คือราชเลขาผู้ใฝ่สูงและมีความทะเยอทะยาน เป็นโอรสบุญธรรมขององค์หญิงฮวาวาน เขาเป็นคนที่น่าเชื่อถือและสามารถวางแผนต่าง ๆ ได้ดี เมื่ออายุ 18 เขาสามารถผ่านการสอบด้วยคะแนนอันดับสูงสุด อายุ 19 เขาได้รับตำแหน่งสูงสุดของราชการโดยได้เป็น ซาฮอนบู จีพยอน อายุ 20 เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ดางซางวาง ซึงจี เขาเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับตำแหน่งนี้ แถมยังได้รับความเชื่อใจจากกษัตริย์ยองโจ จนเขาได้เป็นราชเลขาให้กับขุนนางชเว เขาได้เสนอให้อีซานเป็นตัวแทนของกษัตริย์ยองโจ เพื่อพยายามที่จะล้มล้างอีซาน จนกระทั่งเขาได้กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของอีซาน (กษัตริย์จองโจ) จนกระทั่งเกิดเหตุทำให้อีซานเสียชีวิตอย่างลึกลับ |
++:: ความสัมพันธ์ของตัวละครต่าง ๆ จากซีรี่ส์ Lee San : Wind of the palace ::++

++:: แผนผังของครอบครัว กษัตริย์จองโจ จากซีรี่ส์ Lee San : Wind of the palace ::++

ข้อมูลจาก : popcornfor2.com
ความคิดเห็น: คำแนะนำ: HTML จะไม่ถูกแปลง!
ความนิยม: แย่ ดี
ป้อนรหัสในกล่องข้างล่างนี้:
สินค้าของเรา
![The Bodyguard [1992] - เดอะบอดี้การ์ด เกิดมาเจ็บเพื่อเธอ / หนังฝรั่ง (พากย์ไทย) / 1 DVD / หนังที่ทำให้เราจดจำ Whitny Huston ไปตลอดกาล The Bodyguard [1992] - เดอะบอดี้การ์ด เกิดมาเจ็บเพื่อเธอ / หนังฝรั่ง (พากย์ไทย) / 1 DVD / หนังที่ทำให้เราจดจำ Whitny Huston ไปตลอดกาล](http://www.memedvd.com/image/cache/data/เกาหลี/2125-120x120.jpg)








ไปรษณีย์ไทย
ตะกร้าสินค้า
สินค้าน่าสนใจ


















![The Bodyguard [1992] - เดอะบอดี้การ์ด เกิดมาเจ็บเพื่อเธอ / หนังฝรั่ง (พากย์ไทย) / 1 DVD / หนังที่ทำให้เราจดจำ Whitny Huston ไปตลอดกาล](http://www.memedvd.com/image/cache/data/เกาหลี/2125-38x38.jpg)














